ในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์ ๒ คนผัวเมีย
พาลูกน้อยของตนไปหาพราหมณ์ที่เป็นสหายซึ่งถือพรตบำเพ็ญตบะ
เมื่อพราหมณ์ ๒ ผัวเมียทำความเคารพ
พราหมณ์ที่บำเพ็ญตบะได้กล่าวอำนวยพรว่า
“ขอจงจำเริญอายุยืนนาน”
แต่เมื่อให้บุตรของตนทำความเคารพ
พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะหาได้กล่าวอวยพรให้ตามธรรมเนียมไม่
โดยบอกเหตุผลบอกว่า
ลูกน้อยของพราหมณ์ ๒ ผัวเมียจะต้องตายภายใน ๗ วัน
พราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะ ได้แนะนำให้พราหมณ์ ๒ ผัวเมีย
พาลูกไปหาพระพุทธเจ้า
พระพุทธองค์ได้ตรัสแถลงเช่นเดียวกัน และแนะนำอุบายป้องกัน
โดยการนิมนต์พระสงฆ์สวดพระปริตรตลอด ๗ วัน
ซึ่งพราหมณ์ทั้งสองก็กระทำตามครั้นถึงวันที่ ๗
พระพุทธองค์เสด็จไปด้วยพระองค์เอง
ทำให้ยักษ์ผู้ได้รับพรมาเพื่อฆ่ากุมาร
ไม่อาจทำอันตรายพระกุมารนั้นนอนฟังพระปริตรอยู่
ด้วยพุทธานุภาพประกอบกับอายุไม่ถึงการดับแห่งขาร
ทำให้ทารกนั้นรอดพ้นอันตราย และมีอายุยืนยาวถึง ๑๒๐ ปี
• ประเพณีทำบุญวันเกิด
เกิดขึ้นเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างตั้งแต่ยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง
ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่า
การมีอายุยืนมาบรรจบรอบปีครั้งหนึ่งๆ
ไม่ตายไปเสียก่อนเป็นลาภอันประเสริฐ ควรยินดี
เมื่อรู้สึกยินดีก็ควรจะบำเพ็ญกุศล
ที่เป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท
เพราะไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่
ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง
ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่งชั้นหนึ่ง
เมื่อรู้สึกเช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิต
นี้เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีการทำบุญวันเกิดขึ้นเรียกว่าเฉลิมพระชนมพรรษา
การที่ทรงทำในครั้งนั้น
ปรากฏว่ามีการสวดมนต์เลี้ยงพระ ๑๐ รูป เป็นการน้อยๆ เงียบๆ
ครั้นต่อมาก็มีเจ้านายขุนนางทำบุญวันเกิดกันชุกชุมขึ้น
แต่การทำบุญเกี่ยวกับพระลดลง
เป็นแค่ประชุมคนแสดงเกียรติยศให้ปรากฏว่ามีผู้นับถึอมาก
ตั้งโรงครัวเลี้ยงกันไปวันยังค่ำการมหรสพก็มีละครเป็นพื้น
และนำของขวัญไปให้กันมีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนานให้ศีลให้พรกัน
ถ้าเป็นวันเกิดเจ้านายขุนนางชั้นผู้ใหญ่
พระเจ้าแผ่นดินก็พระราชทานพระราชหัตถเลขาให้พรด้วย
พระราชทานของขวัญด้วย สมัยนั้นการทำบุญถือเป็นเกียรติใหญ่
เมื่อถึงวันเกิดของใครก็อึงคนึงเป็นการใหญ่ตั้งแต่เริ่มงานจนงานแล้ว
และถือว่าถ้าไม่ไปช่วยงานวันเกิดกันแล้วเป็นไม่ดูผีกันทีเดียว
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อทรงผนวชเป็นสามเณรก็ทรงทำบุญวันพระราชสมภพ
ตามอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วิธีทำก็มี สวดมนต์ เลี้ยงพระและแจกสลากสิ่งของต่างๆ แก่พระสงฆ์
ทรงทำตลอดมาจนกระทั่งเสวยราชย์และทำเป็นการใหญ่เช่น
หล่อพระพุทธรูปอายุ เรียกว่า “หล่อพระชนมพรรษา”
ทั้งมีการตกแต่งตามชาลาพระบรมมหาราชวัง
ให้เป็นการครึกครื้นสนุกสนาน
ตามริมน้ำและตามถนนก็สว่างไสวไปด้วยแสงประทีปโคมชวาลา
จึงได้เกิดมีการแต่งซุ้มไฟประกวดประขันกันขึ้น
และมีเหรียญพระราชทานแก่ผู้แต่งซุ้มไฟเป็นรางวัล
อนึ่งในวันนั้นได้มีผู้ไปลงนามถวายพระพร พระบรมวงศานุวงศ์
และข้าราชการอ่านคำถวายพระพรอันเป็นเครื่องหมายแสดงความจงรักภักดี
จึงถือเป็นประเพณีเนื่องด้วยทำบุญวันเกิดมาจนปัจจุบันนี้
• วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด
อาจเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้
๑. ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุหรือเกินอายุหรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
๒. บำเพ็ญกุศลอุทิศแก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า
ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
๓. ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
๔. ถวายสังฆทาน
๕. ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่นปล่อยนก ปล่อยปลา ฯลฯ
หรือส่งเงินไปบำรุงโรงพยาบาลหรือกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์อื่นๆ
๖. รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
๗. กราบขอรับพรจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
๘. บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่า เป็นการรับ
อานิสงส์หรือผลดีของการทำบุญวันเกิด
• การทำบุญวันเกิด
คือการปรารภวันเกิดและทำความดีในวันนั้นเป็นเหตุให้ได้รับผลดี
หรืออานิสงส์ตอบแทน
ดังมีพุทธภาษิตความว่า
“ผู้ให้อาหาร ชื่อว่า ให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่า ให้ผิวพรรณ
ผู้ให้ยาน ชื่อว่า ให้ความสุข ผู้ให้ประทีป ชื่อว่า ให้ดวงตา ”
(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๑๓๘ หน้า ๔๔)
และพระพุทธภาษิต ความว่า
“ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ ย่อมได้สิ่งที่น่าพอใจ ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศ
ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐ ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐสุด ย่อมได้สิ่งที่ประเสริฐสุด ”
(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๔๔ หน้า
• ข้อเสนอแนะ
๑. กิจกรรมในการทำบุญวันเกิดควรเน้นคุณค่าทางจิตใจมากกว่าวัตถุ
เช่นทำจิตใจให้สงบแจ่มใสและ ทำบุญตามศรัทธา
๒. ควรเป็นกิจกรรมที่มุ่งบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือส่วนรวม เช่น
การบริจาคทานสมทบทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม
๓. ควรมุ่งเน้นให้เป็นการประหยัด
จัดงานวันเกิดในวงครอบครัวไม่ควรจัดหรูหราฟุ่มเฟือย
๔. ควรอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ไม่จำเป็นต้องจัดแบบต่างประเทศ
เช่นตัดเค้กวันเกิดจุดเทียน หรือเป่าเทียน
ร้องเพลงภาษาต่างประเทศอวยพรวันเกิด ฯลฯ
๕. ในกรณีที่ผู้น้อยไปรดน้ำอวยพรวันเกิดผู้ใหญ่
นิยมอ้างคุณพระศรีรัตนตรัยก่อนแล้วจึงมีคำอวยพร
ส่วนของขวัญที่จะให้นั้นควรทำด้วยน้ำพักน้ำแรง
หรือของที่ประดิษฐ์ด้วยฝีมือตนเอง
ถ้าเป็นดอกไม้ควรเป็นดอกไม้ที่ปลูกในประเทศไทย
กรณีที่ผู้ใหญ่อวยพรวันเกิดผู้น้อย ผู้ใหญ่ควรกล่าวถ้อยคำอันเป็นมงคลแก่ผู้รับพร
ที่มา : http://www.panyathai.or.th/
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15684
Tags: การทำบุญวันเกิด, ทำบุญ, ทำบุญตามวันเกิด, ทำบุญวันเกิด, ประเพณีทำบุญวันเกิด, พิธีทำบุญวันเกิด, วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด